เภสัชกรรมฟื้นฟูสภาวะเสื่อม Regenerative Pharmacy

Pharmacy Challenges in the 21st Century

ทำความรู้จักกับสเต็มเซลล์

คนเราเติบโตมาจากเซลล์เดี่ยวซึ่งเกิดจากการปฏิสนธิระหว่างเซลล์ไข่ (egg) จากแม่กับสเปิร์ม (sperm) จากพ่อ ซึ่งเรียกเซลล์ที่ผสมกันแล้วนี้ว่าเป็นไซโกต (zygote) จากนั้นจะแบ่งตัวโดยวิธีไมโตซิสสร้างเซลล์ลูกอีกหลายรอบจนได้เป็นบลาสโตซิทส์ (blastocyst) ที่เป็นก้อนกลวงๆ และมีกลุ่มเซลล์เกาะอยู่ภายในที่เรียกว่า inner cell mass กลุ่มเซลล์นี้จะเจริญไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ เพื่อสร้างร่างกายให้สมบูรณ์ แต่ถ้าหากเราแยกกลุ่มเซลล์ที่ว่านี้ออกมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เราก็จะเรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน (embryonic stem cell) ซึ่งมีความสามารถเฉกเช่นเดียวกันในการเจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ทุกชนิดในร่างกายมนุษย์เมื่อได้รับการกระตุ้นและการยับยั้งที่เหมาะสม

เมื่อคนเราโตขึ้นก็ยังคงมีกลุ่มเซลล์ต้นกำเนิด (adult stem cell) อยู่ในอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ผิวหนัง ฟัน ไขกระดูก กล้ามเนื้อ ตับ ตับอ่อน ทางเดินอาหาร และอวัยวะสืบพันธุ์ เป็นต้น ทำหน้าที่สร้างเซลล์ชนิดต่างๆ ทดแทนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อเมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บ โดยเซลล์ต้นกำเนิดอาศัยอยู่ร่วมกับเซลล์ชนิดอื่นๆ และสารภายนอกเซลล์ (extracellular matrix) ในบริเวณที่เรียกว่า “บ้านของเซลล์ต้นกำเนิด” (stem cell niche)

นอกจากเซลล์ต้นกำเนิดที่เกิดตามธรรมชาติดังกล่าวข้างต้นแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดประเภทอื่นๆ ได้อีก เช่น เซลล์ต้นกำเนิดที่เกิดจากการเหนี่ยวนำ (induced pluripotent stem cells; iPS) เซลล์ต้นกำเนิดที่เกิดจากการถ่ายโอนนิวเคลียส (somatic cell nuclear transfer cells; SCNT cell) และเซลล์ต้นกำเนิดที่เกิดจากการกระตุ้นให้เกิดพาธีโนเจเนซีส (pathenogenic stem cell) เป็นต้น ดังนั้นเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) จึงเป็นเซลล์ที่มีความสามารถในการแบ่งตัวได้เป็นเวลานานเพื่อสร้างเซลล์ลูกที่มีการเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะ เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ประสาท และเซลล์กระดูก เป็นต้น

เซลล์ต้นกำเนิดเป็นเซลล์ที่ยังไม่มีการพัฒนาไปทำหน้าที่จำเพาะ (undifferentiated cell) สามารถเข้าวัฏจักรเซลล์ (cell cycle) เพื่อแบ่งตัวให้เซลล์ลูก (daughter cell) ได้ไม่จำกัด โดยเมื่อเซลล์ต้นกำเนิดแบ่งตัว (cell division) โดยวิธีไมโตซิสจากเซลล์ต้นกำเนิด 1 เซลล์ สร้างเซลล์ลูกได้ 2 เซลล์ จะสร้างเซลล์ต้นกำเนิดอย่างน้อย 1 เซลล์ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับเซลล์เริ่มต้นที่ยังคงคุณสมบัติของเซลล์ต้นกำเนิด ดังคุณสมบัติที่เรียกว่า self-renewal นอกจากนี้เซลล์ต้นกำเนิดยังสามารถเจริญพัฒนา (differentiation) ไปเป็นเซลล์กึ่งกลางที่เรียกว่า progenitor cells และในท้ายที่สุดพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่จำเพาะได้หลายชนิด (terminal differentiation) ยกตัวอย่างเช่น สเต็มเซลล์ประสาท (neural stem cell) ที่อยู่ในสมองและไขสันหลังจะแบ่งตัวให้เซลล์ที่พัฒนาไปเป็น neuronal progenitor cell และ glial progenitor cell ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นเซลล์ประสาท (neuron) และเซลล์เกลีย (glial cell) ตามลำดับ

แต่อย่างไรก็ตาม คำว่า “เซลล์ต้นกำเนิด” ที่ประชาชนเข้าใจนั้นหมายรวมถึงทั้งเซลล์ต้นกำเนิดจริงๆ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า สเต็มเซลล์ (stem cell) และโปรเจนิเตอร์เซลล์ (progenitor cell) เนื่องจากในปัจจุบันเป็นการยากที่จะระบุชนิดของเซลล์ ดังนั้นในที่นี้ผู้เขียนจึงใช้คำว่าเซลล์ต้นกำเนิดตามความหมายที่ใช้เรียกเซลล์ทั้งสองประเภทรวมกัน

อ้างอิง

วีระพงษ์ ประสงค์จีน, Highlight สเต็มเซลล์…เพื่อนรัก,

THAI BIOINFORMATICS E-MAGAZINE

http://thaibioinfonetwork.blogspot.com/2010/12/highlight.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: